27/12/57

การกำจัดหนอนและแมลงที่มักพบในมะนาว

การกำจัดหนอนแมลงที่มักพบในมะนาว
การกำจัดหนอนแก้วส้ม หนอนชอนใบส้ม และหนอนอื่น ๆ ที่มักคอยเข้ามาทำลายกัดกิน ชอนใบมะนาวของเรานั้นมีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายสะดวกและรวดเร็วที่สุดคงหนีไม่พ้นการใช้สารเคมีฉีดพ่น

โดยสวนเกษตรอุดมมักจะแนะนำกับลูกค้าเสมอว่าไม่ต้องไปหาสารเคมีที่ไหนให้ยุ่งยากก็ใช้แค่ “เซฟวิน 85” หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักในนามของ S-85 ซึ่งจริง ๆ แล้วชื่อสามัญก็คือ คาร์บาริล (Cabaryl) เป็นสารประเภทยาฆ่าแมลงกลุ่มคาร์บาเมต (carbamate) นำมาใช้ฆ่าแมลงศัตรูพืชในผลิตผลทางการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ และเมล็ดพืชที่เป็นอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้กับสัตว์ปีก ปศุสัตว์ และสัตว์เลี้ยง เพื่อกำจัดแมลงรบกวน มด ปลวกตามบ้าน และยังใช้กำจัดหอยทากและหนอนตัวกลม (nematodes) บางชนิดได้ กลไกการออกฤทธิ์/การเกิดพิษกลไกการออกฤทธิ์ คือ ยับยั้งการทำงานของแอซีทิลโคลีนเอสเทอเรส ทำให้สารสื่อประสาทแอซีทิลโคลีนถูกทำลายลดลง จึงเกิดอาการพิษเนื่องจากการทำงานของระบบสื่อประสาทโคลิเนอร์จิค (cholinergic neurotransmission) ทำงานมากเกินปกติ

แนะนำให้ฉีดพ่นตอนเย็น เว้นระยะฉีด 3 วัน/ครั้ง ในอัตราที่ข้างบรรจุภัณฑ์แนะนำ ฉีดเพียง 1-2 ครั้งก็สามารถป้องกันใบอ่อนให้รอดพ้นจากการเข้าทำลายของหนอนแก้วส้ม หนอนชอนใบ และหนอนอื่น ๆ ได้แล้ว

ทำไมถึงต้องฉีดพ่นสารกำจัดแมลงตอนเย็น
ก็เพราะแมลงที่จะมาวางไข่นั้นคือ ผีเสื้อกลางคืนนั่นเอง เราจึงต้องฉีดพ่นป้องกันไว้ก่อนในตอนเย็นเพื่อให้สารยังคงประสิทธิภาพและได้ผลดียิ่งขึ้น

สิ่งที่สวนของเราเน้นย้ำที่สุดก็คือ การรักษาใบอ่อน เพราะจุดวิกฤติของมะนาวก็อยู่ในช่วงแตกใบอ่อนนี่แหล่ะค่ะ เราต้องเริ่มจากการป้องกันไม่ใช่รอจนใบโกร๋นแล้วค่อยเริ่มดูแล ดังนั้น เมื่อมะนาวเริ่มแตกใบอ่อนต้องรีบฉีดพ่นสารกำจัดแมลงป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ เมื่อแมลงไม่สามารถวางไข่ได้ ก็ไม่สามารถเข้าทำลายใบมะนาวของเราได้ แผลก็จะไม่เกิด โรคและแบคทีเรียก็ไม่สามารถเข้าทำลายได้ ทีนี้อีกประมาณ 20 วัน มะนาวจะเริ่มแตกใบอ่อนอีกครั้งก็ให้ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะกลายเป็นใบแก่ เมื่อเป็นใบแก่แล้วเราไม่ต้องกังวลอีกว่าจะมีอะไรมากัดกินมั๊ย เพราะใบมะนาวแก่นั้นจะมีน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นฉุน แมลงไม่ชอบ การเข้าทำลายระยะใบแก่จึงไม่มี

แต่ถ้ามะนาวของท่านใดถูกแมลงเข้าทำลายแล้วก็ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ ใบแก่หงิกงอม้วนโกล๋นมีรอยหนอนชอนไช ที่ท่านเห็นอยู่นั้นเป็นเพียงแค่ร่องรอยเหมือนกับแผลเป็นเท่านั้นไม่สามารถลบให้หายไปได้ แต่หลังจากนี้ให้ท่านป้องกันรักษาในระยะแตกใบอ่อนให้ได้ เมื่อเป็นใบแก่ก็จะเป็นใบที่สวยงามชูไสวไร้โรคแมลง

...เดี๋ยวมาต่อสูตรสมุนไพรไล่แมลงนะคะ,, Jib Sasi

13/12/57

เทคนิคการปลูกมะนาวของสวนเกษตรอุดม

เทคนิคการปลูกมะนาว การทำมะนาวนอกฤดู การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ การดูแลรักษา การเลือกซื้อกิ่งพันธุ์ ฯลฯ เทคนิคเกือบทั้งหมดของสวนเกษตรอุดมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ค่ะ

มะนาวสู้แล้งนอกฤดู ในวงบ่อรองซีเมนต์ โดยคุณมนตรี แสนสุข


หาซื้อมาอ่านมาศึกษาได้วางแผงแล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศค่ะ
ราคาเพียงเล่มละ 150 บาทเท่านั้น แต่มากไปด้วยเนื้อหาที่มีประโยชน์มากคุณภาพความรู้เทคนิคแน่นปึ้กจริง ๆ คอนเฟิร์ม




16/11/57

ผลิตปุ๋ยแคปซูลนาโนผงสีดำ ราคาส่งเม็ดละ 1.50 บาท ขั้นต่ำ100เม็ด

รับผลิตแคปซูลนาโน ปุ๋ยนาโน ผงสีดำ บรรจุแคปซูลเบอร์ 0 ขนาด 500 มิลลิกรัม
ราคาแคปซูลละ 1.50 บาท
สั่งผลิตขั้นต่ำ 100 แคปซูล สั่งมากลดมาก ราคาคุยกันได้ค่ะ


บรรจุลงแคปซูลสีเขียวน่าใช้มากค่ะ ของแท้ ของดี ราคาถูก มีอยู่จริงในโลก...
 
บริการจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ (ems)
สั่งไม่ถึง 1,000 แคปซูล ค่าจัดส่ง 50 บาท
1,000 แคปซูลขึ้นไป จัดส่งฟรี!


เลขบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย 138-0-10357-6 น.ส.ศศิภา ศรีทอง

รับmixสารที่จะบรรจุในแคปซูล มีให้เลือกตามความต้องการค่ะ

สารที่สามารถนำมาmixเพิ่มได้ตามความต้องการของลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแคปซูลนาโน
- สารยับยั้งป้องกันกำจัดเชื้อรา
- สารชีวภาพกำจัดแมลงศัตรูพืช


สารปรับสภาพดินสูตรเข้มข้น ละลายน้ำได้100% ช่วยเพิ่มการแลกเปลี่ยนประจุบวก (Cation exchange capacity ; CEC) ประกอบด้วยสารฮิวมิค แอซิด และฟูลวิค แอซิด โพแทสเซียม (K2O) และธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชอีกหลายชนิด
ช่วยปลดปล่อยปุ๋ยและธาตุอาหารพืชที่ถูกอนุภาคดินจับยึดเอาไว้ ทำให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้
ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน ส่งผลให้รากพืชเจริญเติบโตได้ดี การใช้ร่วมกับยิปซัม โดโลไมท์ หรือปูนขาว จะช่วยให้แทรกซึมลงสู่ใต้ดินได้เร็วและลึกขึ้น จึงช่วยปรับสภาพดินให้ดีได้เร็วขึ้น
กระตุ้นให้พืชสร้างรากใหม่ได้เร็วขึ้น รากแผ่ขยาย เพิ่มอัตราการหายใจ เพิ่มการสังเคราะห์แสง พืชให้ผลผลิตเร็ว เร่งต้นโต เร่งแตกใบอ่อน เร่งดอก เร่งผลโต

ทดสอบเมื่อเทผงลงไปในน้ำ ตัวสารจะพุ่งลงไปโดยไม่ต้องเขย่า และเมื่อตั้งทิ้งไว้ก็ไม่ตกตะกอนค่ะ




6/11/57

แอพพลิเคชั่นใหม่ Protect Plants

          กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ที่ใช้กับมือถือสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต มีชื่อว่า “Protect Plants” ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อ 25 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีนายไพรัช หวังดี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิด
          โดยโปรแกรมนี้เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ เผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารด้านงานอารักขาพืช เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลใหม่ ๆ ให้แก่เกษตรกร อีกทั้งยังสามารถแจ้งวิกฤติต่าง ๆ ที่ต้องการรับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ให้ดำเนินการช่วยเหลือได้ทันท่วงที ภายใต้สโลแกน “ดูแลผลผลิต เพื่อนคู่คิดเกษตรกร”
          แอพพลิเคชั่นประกอบไปด้วยฟังค์ชั่นหลัก 6 หมวด ได้แก่
1. ข่าวสาร : เพื่อให้เกษตรกรได้รับข่าวสารด้านการเกษตรที่รวดเร็ว
2. องค์ความรู้ด้านอารักขาพืช : เกษตรกรจะได้ความรู้เกี่ยวกับศัตรูพืชต่าง ๆ มากมาย
3. วินิจฉัยศัตรูพืชเบื้องต้น : ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถทราบถึงสาเหตุของโรคเบื้องต้นได้ และรายงานกลับมายังผู้ดูแล
4. วินิจฉัยตามชนิดพืช : ฟังค์ชั่นที่เจาะลึกถึงปัญหาต่าง ๆ ตามชนิดพืชเศรษฐกิจ
5. พยากรณ์เตือนการระบาด : เครื่องช่วยเตือนเกษตรกรเกี่ยวกับการระบาดที่จะเกิดขึ้นเพื่อหาทางป้องกัน
6. พยากรณ์สภาพอากาศ : ปัจจัยสภาพอากาศย่อมมีผลเกี่ยวกับการเกิดศัตรูพืชระบาด หมวดนี้จึงจะช่วยวิเคราะห์หาทางป้องกันล่วงหน้าได้
          ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกท่านสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ App Store (ระบบ iOS) และ Google Play Store (ระบบ Android) รีบดาวน์โหลดกันนะคะ มีประโยชน์มากบอกเลย^^ ,, Jib Sasi





Credit: วารสารเคหการเกษตร





11/10/57

อาหารเสริมพืชในรูปนาโน แบบเดียวกับที่แบ่งขายเป็นแคปซูลนาโน ผงสีดำ ขนาด100กรัม 150บาท

จะจ่ายแพงกว่าทำไม? แคปซูลเราไม่ขาย เราขายยกกระปุก


สุดยอดอาหารเสริมพืชในรูปนาโน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต
ของแท้100% เชื่อถือได้ ของดีมีคุณภาพ ผลิตภายใต้โครงการนักวิจัยอาสา อยากให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต
“การสร้างความแข็งแกร่งให้แก่พืช คือ แนวทางใหม่ของการผลิตพืชผักปลอดสารพิษ”

สูตรเข้มข้น ละลายน้ำได้100% ช่วยให้ดินอุ้มน้ำได้ดี ดูดซับธาตุอาหารและพืชน้ำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น กระตุ้นให้พืชสร้างรากใหม่ให้เร็วขึ้น รากแผ่ขยายมากขึ้น เพิ่มอัตราการหายใจ เพิ่มการสังเคราะห์แสง พืชให้ผลผลิตเร็ว ใช้ทำอาหารจานด่วน เร่งต้นโต เร่งแตกใบอ่อน เร่งดอก เร่งผลโต

ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ทุกระยะการเจริญเติบโต

อัตราการใช้ : 1-2 กรัม (5-10 กรัม สำหรับนาข้าว) ต่อน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นทางใบหรือราดรดโคนต้น

จำหน่ายกระปุกละ 100 บาท จากปกติ 150 บาท ขนาดกระปุกละ 100 กรัม

Promotion!! ซื้อ 10 กระปุก แถมฟรี 1 กระปุก

พร้อมจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ ด่วน! EMS ค่าจัดส่ง
1-4 กระปุก 60 บาท
5-9 กระปุก 80 บาท
10-20 กระปุก 100 บาท
21-30 กระปุก 150 บาท
31-50 กระปุก 200 บาท
50 ขึ้นไป 250 บาท

ติดต่อ K.ศศิ  081-451-6545

แบบยกกิโล เหลือโลละ 900 บาท เท่านั้น เอาไปใช้เองคุ้มสุดๆ

2/10/57

พืชขาดธาตุอะไร? แสดงอาการอย่างไร?

อาการพืชเมื่อขาดธาตุอาหาร
     มนุษย์และสัตว์ที่ได้ธาตุอาหารไม่ครบหมู่จะเกิดอาการผิดปกติทางร่างกายที่ไม่ต่างจากการเจ็บป่วย เรียกว่า โรคขาดสารอาหาร พืชที่ได้รับธาตุอาหารไม่ครบหมู่หรือไม่สมดุล ส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ ยอด ดอก ผล เป็นต้น ย่อมมีลักษณะของอาการเหมือนเป็นโรค ทีนี้เราจะมาดูกันว่าธาตุไหนที่พืชขาดแล้วจะแสดงอาการอย่างไร

ไนโตรเจน (N)
     พืชที่ได้รับธาตุไนโตรเจนมากเกินไป อาการที่พบ คือ เฝือใบ ใบหนากว่าปกติ สีเขียวเข้ม ลำต้นอวบอ่อน เซลล์ผิวเปลือกบาง ลำต้นไม่แข็งแรงเปราะหักล้มง่าย ออกดอกติดผลช้า ผลสุกแก่ช้า เนื้อผลหยาบ เสี้ยนมาก เปลือกหนา กลิ่นและรสไม่ดี
     พืชที่ได้รับธาตุไนโตรเจนน้อยเกินไป อาการที่พบคือ โตช้า แคระแกร็น ใบเล็ก ดอก/ผลร่วงง่าย

ฟอสฟอรัส (P)
     พืชที่ขาดธาตุฟอสฟอรัส อาการที่พบ คือ ใบเล็ก สีใบเขียวหม่นไม่สดใส ก้านและเส้นใบสีเขียวอมม่วง ต้นไม่โตหรือโตช้า

แคลเซียม (Ca)
     พืชที่ขาดธาตุแคลเซียม อาการที่พบ คือ ปลายรากแห้งตาย ระบบรากสั้น/น้อยและคุณภาพไม่ดี ใบ/ดอก/ผลอ่อนบิดม้วนงอ สีผลจางซีด จุกผลสูง เปลือกหนา

กำมะถัน (S)
     พืชที่ขาดธาตุกำมะถัน อาการที่พบ คือ ใบเหลืองซีดทั้งใบ ต้นเติบโตช้า เนื้อผลมีกากมาก รากเป็นปุ่มปม

แมกนีเซียม (Mg)
      พืชที่ขาดธาตุแมกนีเซียม อาการที่พบ คือ ขอบใบสีซีดจางแล้วเปลี่ยนเป็นเหลืองอมแดงจนกระทั่งเป็นน้ำตาลแล้วแห้งตายในที่สุด อาการนี้จะเริ่มจากใบที่โคนกิ่งแล้วลามไปทางปลายกิ่ง ทำให้กิ่งนั้นเหลือแต่ใบที่ยอดที่ยังเขียวอยู่เท่านั้น

โบรอน (B)
     พืชที่ขาดธาตุโบรอน อาการที่พบ คือ ไส้/แกนกลางลำต้นเน่า หัวด่างลาย ใบเหลืองซีดลาย ใบแก่บิดเบี้ยวเสียรูปร่าง
     พืชที่ได้รับธาตุโบรอนมากเกินไป อาการที่พบ คือ เนื้อใบระหว่างเส้นใบเป็นสีเหลือง (คล้ายอาการขาดธาตุแมกนีเซียม) แล้วเปลี่ยนเป็นแห้ง ระบบรากเสีย เจริญเติบโตช้า

ทองแดง (Cu)
     พืชที่ขาดธาตุทองแดง อาการที่พบ คือ สีใบจะเปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็นเขียวอมน้ำเงิน จากนั้นขอบใบจะม้วนงอขึ้น ในที่สุดก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแล้วแห้งตายไป อาการนี้เริ่มเกิดจากใบล่างไปสู่ใบบน ระบบรากชะงักการเจริญเติบโต เปราะหักง่าย ไม่แผ่ขยาย ต้นมีการเจริญเติบโตทางสูงมากกว่าทางข้าง ออกดอกน้อย ช้า เกสรไม่สมบูรณ์
     พืชที่ได้รับธาตุทองแดงมากเกินไป อาการที่พบ คือ ต้นโทรมเนื่องจากไม่สามารถลำเลียงธาตุอาหารไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของต้นได้ เพราะถูกทองแดงขัดขวางไว้

เหล็ก (Fe)
     พืชที่ขาดธาตุเหล็ก อาการที่พบ คือ ใบยอดเหลืองซีดจัดเริ่มจากขอบใบขยายเข้าสู่ด้านในแล้วแห้งตาย ใบมีขนาดเล็ก ข้อ/ปล้องระหว่างใบสั้น

แมงกานีส (Mn)
     พืชที่ขาดธาตุแมงกานีส อาการที่พบ คือ ใบยอดเหลืองซีดทั้ง ๆ ที่เส้นใบยังเขียวสด อาจจะมีจุดสีเทาอมเหลืองทำให้เหมือนอาการใบด่าง แขนงของยอดแคระแกร็น อาการนี้มักเกอดเมื่อต้นอายุ 4-6 เดือนหลังปลูก มีจุดแผลสีดำที่เมล็ดทำให้เสื่อมความงอก

โมลิบดินั่ม (Mo)
     พืชที่ขาดธาตุโมลิบดินั่ม อาการที่พบ คือ ใบหนาสีเขียวอมเทา ขอบใบม้วนห่อขึ้นคล้ายกรวย บางครั้งขอบใบมีสีแดงโดยเริ่มจากโคนไปหายอด

สังกะสี (Zn)
     พืชที่ขาดธาตุสังกะสี อาการที่พบ คือ สีใบซีดจาง (เหมือนขาดแมกนีเซียม) เริ่มจากขอบใบด้านในออกไปทางด้านนอก เนื้อใบมีสีเหลืองซีดสลับเขียว ปลายใบของกิ่งที่แตกแขนงใหม่แห้งตาย ผลสีซีด เปลือกหนา เนื้อหยาบ มีน้ำน้อย

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ,, Jib Sasi

ฮอร์โมนไข่

ฮอร์โมนไข่ » เรามี 2 สูตร ให้เลือกทำกันนะคะ

1. สูตรมาตรฐาน
วัสดุส่วนผสมและอัตราส่วน :
ไข่สดพร้อมเปลือกบดละเอียด 5 กิโลกรัม
กากน้ำตาล 5 กิโลกรัม
แป้งข้าวหมาก 2 ลูก
ยาคูลท์ 2 ขวด

2. สูตรซุปเปอร์
วัสดุส่วนผสมและอัตราส่วน :
ไข่สดพร้อมเปลือกบดละเอียด 5 กิโลกรัม
กากน้ำตาล 5 กิโลกรัม
แป้งข้าวหมาก 2 ลูก
ยาคูลท์ 2 ขวด
เครื่องในปลาทะเลสดบดละเอียด 1/2 กิโลกรัม
สาหร่ายทะเลผง 1/2 กิโลกรัม
น้ำมันตับปลา 100 ซีซี.
วิตามินอี 5 เม็ด
ผงชูรส 200 กรัม
ธาตุรอง/ธาตุเสริม 200 ซีซี.

วิธีทำ : 
- เลือกทำสูตรใดสูตรหนึ่งตามต้องการ
- ใส่วัสดุส่วนผสมทั้งหมดลงในภาชนะที่ไม่ใช่โลหะ ใส่จุลินทรีย์เสริมอีกเล็กน้อย เติมน้ำมะพร้าวอ่อนพอเหลว คนเคล้าให้เข้ากันดี ติดปั๊มออกซิเจนเพื่อให้อากาศแก่จุลินทรีย์ (แล้วแต่นะคะ) ระวัง! อย่าให้แมลงตอม เพราะจะทำให้เกิดหนอน เก็บในที่ร่มอุณหภูมิห้อง คนบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการนอนก้น หมักนาน 7-15 วันขึ้นไปถึงนานข้ามปี จะได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน

วิธีใช้และอัตราการใช้ : ใช้น้ำ 100 ลิตร + หัวเชื้อเข้มข้น 100 ซีซี. ฉีดพ่นทางใบ ช่วงเช้าแดดจัด ทุก 7-15 วัน

เก็บรักษา :
- ฮอร์โมนไข่ที่ดี เมื่อหมักนาน ฟ จะมีกลิ่น หอม-หวาน-ฉุน น่ารับประทาน
- ฮอร์โมนไข่ที่หมักนาน ๆ แล้วเข้มข้นมากหรือมีอาการนิ่ง (ไม่มีฟอง) ให้เติมน้ำมะพร้าวอ่อนจนเหลวตามต้องการแล้วคน หลังจากเติมน้ำมะพร้าวอ่อนจะมีฟองเกิดขึ้นอย่างรุนแรง
- ช่วงหลังจากหมักใหม่ ๆ มีกลิ่น เหม็น-บูด-เปรี้ยว
- ยิ่งหมักนานหรือข้ามปีได้ คุณภาพก็จะยิ่งดีขึ้น

พืชเป้าหมาย :
- ในพืชสวนครัวกินดอกและกินผล ใช้เดี่ยว ๆ อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเป็นเวลานาน ๆ ช่วยให้ออกดอกติดผลดีมาก
- ในไม้ผลยืนต้นประเภทออกดอกติดผลง่ายหรือออกดอกติดผลได้ตลอดปี ใช้เดี่ยว ๆ อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเป็นเวลานาน ๆ ช่วยให้ออกดอกติดผลดีมาก
- ในไม้ผลยืนต้นประเภทออกดอกยาก ใช้สลับกับสูตรเปิดตาดอกที่มีส่วนผสมของปุ๋ยทางใบ จะช่วยให้ออกดอกยิ่งขึ้น

*** ใช้ในอัตรา 100 ซีซี./น้ำ 100 ลิตร เป็นฮอร์โมนเปิดตาดอก ***

ลองทำกันดูนะคะ ไม่เสียหายค่ะ,, Jib Sasi

30/9/57

“ป้องกัน” ดีกว่า “กำจัด” ยังไง??

การป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชแบบผสมผสาน (Integrated Pest Management : IPM)


     ไม่มีวิธีการใดวิธีการหนึ่งเพียงวิธีเดียวที่จะป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชได้สำเร็จแน่นอน 100% วิธีการที่ดีที่สุด คือ การป้องกันแบบผสมผสาน (IPM)
     พืชที่ถูกโรคและแมลงทำลายไปแล้ว แม้จะกำจัดโรคและแมลงนั้นได้ก็ไม่สามารถเรียกส่วนของพืชทถูกทำลายไปแล้วให้กลับคืนมาได้ดังเดิม ดังนั้นวิธี “ป้องกัน” จึงดีกว่า “กำจัด” เพราะพืชยังไม่ได้ถูกทำลาย

หลากหลายวิธีการป้องกันแบบผสมผสาน
1. เขตกรรม หมายถึง การปรับปรุงบำรุงดิน น้ำ อากาศ แสงแดด สภาพแวดล้อม ให้มีความเหมาะสมต่อกาีเจริญเติบโตของพืช การบำรุงให้พืชมีความสมบูรณ์อยู่เสมอจะทำให้พืชเกิดภูมิต้านทานจนสามารถทนต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูพืชได้
- พืชที่ได้รับซิลิก้า (มีในแกลบดิบ) อย่างสม่ำเสมอ จะมีผนังเซลล์ที่แข็งแกร่ง สามารถต้านทานต่อแมลงปากกัด ปากดูดได้เป็นอย่างดี
- ไม่ใช้ฟูราดานรองก้นหลุม แต่ใช้ใบสะเดาแก่ตากแห้ง ใบมะรุมแก่ตากแห้ง ใบยูคาลิปตัสแก่ตากแห้ง ใบสาบเสือแก่ตากแห้ง หรือกากสมุนไพรหมักคั้นน้ำแล้วตากแห้ง คลุดผสมดินรองก้นหลุม 5-7 วันก่อนลงมือปลูกพืช
- ไม่ใช้ยาฆ่า-ยาคุมหญ้า/วัชพืช แต่ควบคุม/กำจัดด้วยวิธีการถอนหรือตัดให้สั้นแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้คลุมหน้าดิน หรือนำออกไปทำปุ๋ยพืชสด หรือใช้ไม้เรียวเล็ก ๆ ฟาดก้านดอกให้หักเพื่อไม่ให้มีดอกแล้วเกิดเป็นเมล็ดไปขยายพันธุ์ชุดใหม่อีก
- ไม่ใช้ยาฆ่าหอยเชอรี่ (นาข้าว) แต่ใช้วิธีตีเทือกด้วยจอบหมุนโรตารี่หลาย ๆ รอบ ห่างกันรอบละ5-7 วัน ควบคู่กับการกำจัดดอกของหญ้า/วัชพืชไม่ให้เกิดเป็นเมล็ดปลิวลมไปขยายพันธุ์เป็นหญ้า/วัชพืชชุดใหม่ในนาอีก เมื่อไม่มีเมล็ดสำหรับขยายพันธุ์ ต้นแม่ก็จะแก่จัดแล้วค่อย ๆ ตายลงในที่สุด
- ไม่ใช้สารเคมี เพราะละอองสารเคมีที่ปลิวออกไปแล้วตกลงดินจึงทำให้ดินเป็นกรด หรือตกลงไปในน้ำในร่อง เมื่อนำน้ำขึ้นมารดต้นไม้ก็ทำให้ดินเป็นกรดได้เช่นกัน
* สารเคมีกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าหอยเชอรี่-ปูนา-หนูนา ฟูราดาน มีสถานะเป็นกรดจัด

2. กับดักกาวเหนียว หมายถึง การใช้กับดักสีเหลืองทาทับด้วยกาวเหนียว เมื่อแมลงกลางวันเห็นสีเหลืองแล้วเข้าไปเล่นสีเหลืองจึงติดกาวเหนียวตายและที่กับดักนี้เมื่อติดแสงไฟสีม่วงเข้าไป แมลงกลางคืนมาเห็นก็จะเข้าไปเล่นแสงไฟแล้วติดกาวเหนียวตายเช่นกัน

3. แสงล่อ หมายถึง การใช้หลอดไฟฟ้าแสงสีม่วงติดตั้งนอกแปลงเกษตร เช่น ในบ่อน้ำ หรือกะละมังใส่น้ำ เมื่อแมลงกลางคืนเข้ามาเห็นก็จะเข้าไปเล่นแสงไฟแล้วตกน้ำตาย หรือใช้วิธีหลอดไฟสีม่วงบนแผ่นสังกะสีที่มีกาวเหนียวทาทับไว้ก่อนแล้ว เมื่อแมลงเข้ามาเล่นแสงไฟก็จะติดกาวกับดัก วิธีการจุดตะเกียงรั้ว แขวนไว้เหนือน้ำใกล้ ๆ นาข้าว สามารถล่อเพลี้ยกระโดดและแมลงศัตรูข้าวให้เข้ามาเล่นแสงตะเกียงแล้วตกลงไปในน้ำได้เช่นกัน

4. แสงไล่ หมายถึง การใช้แสงไฟสีส้ม ติดตั้งริมแปลงหันด้านแสงไฟออกสู่ด้านนอกสวนพี้อมกับมีสิ่งกำบังแสงจากด้านในสวน เมื่อแมลงกลางคืนจากภายนอกเตรียมเข้าสู่สวนเห็นแสงไฟสีส้มก็จะหนีไปเอง

* แสงสีม่วงใช้ได้ผลดีกับแม่ผีเสื้อหนอนเจาะสมอฝ้าย-หนอนกระทู้ดำ-หนอนกอข้าว-หนอนหงอนมันฝรั่ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลีเยจักจั่นสีเขียว แมลงหล่า แมลงบั่ว
  สีเหลือง บนกับดักกาวเหนียวใช้ได้ผลดีมากกับเพลี้ยไฟ ไร แมลงหวี่ขาว

5. ห่อผล หมายถึง การใช้ถุงกระดาษหรือพลาสติกห่อผลเพื่อป้องกันแมลงปากกัดปากดูด แมลงวันทอง และแม่ผีเสื้อเข้าวางไข่
- ใช้ตาข่ายลวดทำเป็นกล่องห่อผลทุเรียนป้องกันกระรอก กระแต
- ก่อนห่อผลให้เช็ดทำความสะอาดผลแล้วฉีดพ่นด้วยสารสกัดสมุนไพรให้เปียกโชก เพื่อกำจัดไข่แม่ผีเสื้อที่แอบมาวางไข่ไว้ก่อนหรือเชื้อราที่อาจติดค้างอยู่

6. ตัวห้ำ-ตัวเบียน หมายถึง แมลงและสัตว์ตามธรรมชาติที่ดำรงชีวิตด้วยการกินไข่หรือตัวแมลงศัตรูพืชเป็นอาหาร

7. ชีววิธี หมายถึง การใช้จุลินทรีย์เชื้อโรคของศัตรูพืชทำลายศัตรูพืช เช่น
- เชื้อบาซิลลัส ซับติลิส เป็นเชื้อโรคทำลายเชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัสโรคพืช
- เชื้อไวรัส เอ็นพีวี เป็นเชื้อโรคทำลายหนอน
- เชื้อไตรโคเดอร์ม่า เป็นเชื้อโรคทำลายเชื้อไฟธอปเทอร่า
- เชื้อเมธาไรเซียม เป็นเชื้อโรคทำลายเพลี้ย มวน และด้วง
- เชื้อบิวเวอร์เรีย เป็นเชื้อโรคทำลายเพลี้ย หนอน และแมลง
- เชื้อฮิซูเทลล่า เป็นเชื้อโรคทำลายเพลี้ย หนอน
- เชื้อโมนิไลเลส เป็นเชื้อโรคทำลายหนอน
- เชื้อแกลโนลูซิส เป็นเชื้อโรคทำลายหนอน
- ไส้เดือนฝอยสเตรเนอร์นีม่า เป็นเชื้อโรคทำลายเชื้อโรครากปม แมลง และหนอน

8. ซ้ำที่-ไม่ซ้ำดิน หมายถึง การปลูกพืชพุ่มเตี้ยในถุง ดินในถุงผ่านการกำจัดเชื้อโรคและบ่มด้วยจุลินทรีย์มาแล้วอย่างดี นำถุงไปตั้งไว้ในแปลงปลูกที่เดิมตามปกติ เมื่อดินในถุงเกิดโรคก็ให้รื้อทำลายเฉพาะถุงนั้น เชื้อโรคก็จะไม่แพร่ระบาดไปยังถุงอื่น การเปลี่ยนดินในถุงปลูกทุกครั้งทำให้ไม่เกิดการปลูกซ้ำ (ซ้ำซาก) ที่เดิมจนเกิดการสะสมเชื้อโรคได้
- ใช้วัสดุปลูกอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ดิน เช่น ขุยมะพร้าว ทราย แกลบดิบ หมักด้วยอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารพืช แล้วบรรจุลงถุงก็สามารถใช้ปลูกพืชได้

9. ควันไล่ หมายถึง การสุมควันไฟใต้ทรงพุ่มหรือแปลงปลูกด้านเหนือลมช่วงหัวค่ำหรือตอนที่แมลงกลางคืนเริ่มเข้าทำลายพืช บนกองไฟที่กำลังมีควันอาจจะโปรยสมุนไพรผงหรือกำมะถันเพื่อเพิ่มกลิ่นรบกวนประสาทแมลงก็จะช่วยให้ได้ผลยิ่งขึ้น

10. กลิ่นไล่ หมายถึง การอาศัยกลิ่นระเหยรบกวนระบบประสาทนำทางของแมลงกลางคืนให้เข้าใจผิดหรือเกรงกลัวอันตราย
- ใช้สารเคมีกลิ่นรุนแรง 2-3 หยด ผสมน้ำเล็กน้อยใส่ขวดพลาสติกเจาะรูข้างขวด 2-3 รู แขวนไว้ด้านเหนือลม กลิ่นสารเคมีจะโชยออกมา เมื่อแมลงได้กลิ่นก็จะหนีไป
- แขวนลูกเหม็นกันแมลงสาบหรือถุงการบูรในทรงพุ่มหรือในบริเวณแปลงเกษตร กลิ่นลูกเหม็นหรือการบูรจะโชยออกมา เมื่อแม่ผีเสื้อได้กลิ่นก็จะหนีไปเช่นกัน

11. กลิ่นล่อ หมายถึง การใช้กลิ่นสังเคราะห์หรือกลิ่นธรรมชาติล่อให้แมลงหรือศัตรูพืชที่ชอบกลิ่นนั้นเข้ามาหาและติดกับดักตาย
#สูตรการทำกลิ่นล่อแมลงวันทอง
#กลิ่นล่อหนอนกระทู้
โปรดติดตามในบทความหน้านะคะ :)

12. รสไล่ หมายถึง ใช้น้ำคั้นพืชสมุนไพรที่มีรสขมจัด เผ็ดจัด ร้อนจัด เช่น พริกสด บอระเพ็ด
- ฉีดพ่นที่ผลโดยตรงเมื่อกระรอก กระแต ค้างคาว มากัดกินก็จะได้รับรสขม/เผ็ด/ร้อน แล้วไม่กัดกินอีก
- ฉีดพ่นใส่ต้นข้าวบริเวณโคนกอใกล้ ๆ คันนา เมื่อหนูนากัดต้นข้าวเพื่อให้ต้นล้มแล้วกินรวง พอได้สัมผัสรสขม/เผ็ดก็จะไม่กัดกินอีก

13. เสียงไล่ หมายถึง การทำให้เกิดเสียงดังช่วงที่สัตว์ศัตรูพืชเข้ามาในสวน เช่น
- จุดปะทัด ตีปี๊บ ไล่ค้างคาว กระรอก กระแต
- ใช้ปูนาเป็น ๆ 2-3 ตัว ใส่กะละมังสังกะสีมีน้ำเล็กน้อยเก็บไว้ในยุ้งข้าว เมื่อหนูแอบเข้ามาในยุ้งได้ยินเสียงปูไต่ในกะละมังสังกะสีก็จะหนีไป

...เดี๋ยวจะมาอัพเดทเรื่อย ๆ นะคะ คอยติดตามกันนะคะยังไม่หมดเพียงเท่านี้...



6/9/57

สูตรดินใช้ได้กับทุกพืช? ส่วนผสมแต่ละส่วนสำคัญอย่างไร?

สวัสดีค่ะ วันนี้ขอลงลึกในรายละเอียดส่วนผสมที่ใช้ทำดินปลูกดินชำ สูตรของสวนเกษตรอุดม ว่าแต่ละส่วนสำคัญอย่างไร ใช้ได้กับทุกพืชมั๊ย...?


* ท่านผู้อ่านสามารถย้อนกลับไปอ่านบทความ “ดินปลูกต้นไม้ ผสมใช้เองได้ สบายเงินในกระเป๋า” (ต้องขออภัยนะคะแทรกลิ้งค์ไม่เป็นค่ะ)

มีผู้อ่านถามว่า สูตรดินของสวนเกษตรอุดมสามารถได้ได้กับพืชชนิดไหน?

Ans. ใช้ได้กับพืชปลูกทุกชนิดนะคะ เรียกได้ว่าเป็นสูตรพื้นฐานที่ทำมาให้ใช้ได้กับพืชปลูก ใช้เป็นทั้งดินชำและก็ดินปลูกได้สบายค่ะ
ยกเว้น ทำนาปลูกข้าวนะคะ สูตรดินของเราใช้ไม่ได้ค่ะ

สูตรดินชำดินปลูกของสวนเกษตรอุดม
๐ ดินร่วนหรือหน้าดินดี 3 ส่วน
๐ ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 3 ส่วน
๐ กาบมะพร้าวสับ 2 ส่วน (ดินชำให้ใช้กาบมะพร้าวสับละเอียด)
๐ แกลบดิบหรือใบก้ามปู 2 ส่วน
ผสมทั้ง 10 ส่วนให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 10-15 วันก็จะยิ่งดี

เมื่อเราผสมดินตามสูตรแล้ว เราสามารถลงลึกในรายละเอียดของพืชที่เราปลูกได้ ว่าพืชที่เราปลูกนั้นต้องการธาตุไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าให้เราเพิ่มลงไป เช่น เราปลูกพืชกินใบ เราก็ควรเน้นให้ธาตุ N (Nitrogen)สูงหน่อย ถ้าเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่เน้นสีสัน เราก็อาจใส่ใบมะขามแห้งตามภูมิปัญญาชาวบ้านที่บอกว่าใบมะขามมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนจะช่วยในการสร้างสีของไม้ประดับค่ะ

มาถึงคำถามที่ว่า ส่วนผสมแต่ละอย่างในสูตรดินของสวนเกษตรอุดมนั้นสำคัญไฉน?

Ans. เริ่มด้วยส่วนผสมแรกที่สำคัญที่สุดก็คือ ดินร่วนหน้าหน้าดินดี --> ดินเป็นแหล่งธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช
ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ย้ำว่าเก่า!นะคะ ต้องไม่ให้เหลือแก๊สเลย ไม่งั้นจะร้อนระอุมาก พืชตายอย่างง่ายดายเลยทีเดียว --> ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเป็นอินทรีย์วัตถุที่จำเป็นในการปลูกพืชใด ๆ ก็ตามเพราะเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ในดิน; จุลินทรีย์ในดินมีความสำคัญนะคะ ช่วยย่อยเศษซากพืชซากสัตว์อินทรีย์วัตถุต่าง ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับพืช ทำให้ดินมีชีวิต ช่วยทำให้โครงสร้างของดินร่วนซุย
กาบมะพร้าว --> ช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้น เมื่อผสมลงไปแล้วจะช่วยให้โครงสร้างดินโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี ทำให้รากพืชชอนไชได้ดีอีกด้วยค่ะ และเมื่อเน่าเปื่อยผุพังก็ยังเป็นธาตุอาหารให้กับพืชต่อไป
แกลบดิบหรือใบก้ามปูหรือเปลือกถั่วเขียว --> เป็นวัสดุปลูกที่ย่อยสลายได้ช้า จึงช่วยให้วัสดุปลูกสามารถคงรูปอยู่ได้นานค่ะ

สำหรับท่านที่อยากเพิ่มธาตุอาหารรองอาหารเสริมให้กับพืช สามารถหาซื้อได้ตามร้านเคมีเกษตรทั่วไปนะคะ ตัวอย่างยี่ห้อที่เคยใช้ก็คือ เฟตริลอน คอมบิ (รูป: www.puiya.com) เป็นธาตุอาหารเสริมที่อยู่ในรูปคีเลต ใช้ฉีดพ่นทางใบค่ะ *จะใช้เป็นยี่ห้ออื่นก็ได้นะคะ มีให้เลือกเยอะแยะเลยค่ะ



4/9/57

มะนาวแป้นพิจิตร ลูกใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ2นิ้วครึ่ง

มาลองดูข้อดีและข้อด้อยของมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตรกันค่ะ
ข้อดี: ผลดกมาก ดกเป็นพวง ลูกค่อนข้างใหญ่กว่ามะนาวแป้นทั่ว ๆ ไปค่ะ น้ำเยอะตามขนาดของลูก ต้านทานต่อโรคแคงเกอร์ได้ดี ดูแลง่าย จุดเด่นของมะนาวแป้นพิจิตรที่สวนเกษตรอุดม คือ ผลจะนิ่ม ไม่แข็งเป๊กค่ะ ไม่ต้องมาคลึงเวลาจะผ่าเลยค่ะ ผิวผลมันเงา
* ทุกภาพ แสงและเงาตามธรรมชาตินะคะ





เราลองเด็ดมาวัดขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางกันดูนะคะ






ทีนี้เรามาพูดถึงข้อด้อยของมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร หรือพิจิตร1 กันบ้างค่ะ
ข้อด้อย: โดยปกติแล้วชาวบ้านมักติติงกันว่ามะนาวพันธุ์นี้รูปร่างไม่ค่อยแป้นเหมือนมะนาวแป้นอื่น ๆ แต่เท่าที่สังเกตก็เห็นว่าหน้าแล้งขายได้ทุกปี 5บาท 6บาท จากสวนตลอด ก็แล้วแต่คนชอบอีกแหล่ะค่ะ..!
เปลือกค่อนข้างหนากว่ามะนาวแป้นอื่น ๆ เช่น แป้นรำไพ แป้นวิเศษ เป็นต้น เมล็ดเยอะ (แต่ถ้าเทียบกับขนาดลูกแล้วก็ให้อภัยได้ค่ะ :) เวลาผลแก่มาก ๆ เนื้อจะมีสีออกเหลืองค่ะ

โดยรวมแล้วมะนาวพันธุ์นี้ยังเป็นที่นิยมอยู่ไม่น้อยค่ะ เพราะดูแลง่าย เหมาะกับคนไม่ค่อยมีเวลาหรือผู้สูงอายุที่ฉีดพ่นสารเคมีไม่ค่อยไหว อย่างคุณตาของผู้เขียนที่อายุ 85 แล้ว ยังสามารถทำสวนมะนาวได้ผลดี ประสบผลสำเร็จ โดยคุณตาเลือกปลูกแต่พันธุ์แป้นพิจิตรที่ดูแลง่าย ต้านทานโรค

ผู้อ่านทุกท่านสามารถสอบถามข้อมูลการดูแลรักษาพืชเศรษฐกิจที่กำลังมาแรงอย่างมะนาวได้นะคะ
โทร. 086-604-1263 เกษตรอุดม หรือแอดไลน์ id: kasetudom

ยินดีให้คำแนะนำ แลกเปลี่ยนความรู้ค่ะ,, Jib Sasi





30/7/57

ชาเขียวน้ำผึ้งมะนาว (Green Tea with honey & lime)

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้อากาศร้อนเว่อร์ว่ามั๊ยคะ ต้องหาอะไรชื่นใจ ๆ มาดื่มซะหน่อย งั้นเรามาทำน้ำดื่มแก้กระหายคลายร้อนกันดีกว่า จิ๊บขอเสนอเมนู แท่น แทน แท้น .. ชาเขียวน้ำผึ้งมะนาว ส่วนผสมและวิธีทำก็ง่าย ๆ ค่ะ


ก่อนอื่นเราต้องเตรียม (ต่อ 1 แก้วนะคะ)
- ชาเขียว 1 ช้อนชา
- น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา
- มะนาว 1 ช้อนชา
- น้ำเชื่อม หรือ น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา (กรณีของจิ๊บใช้น้ำเชื่อมนะคะ ถ้าชอบหวานมาก หวานน้อย ลองกะแล้วชิมก่อนนะคะ)

วิธีทำไม่ยากเลยค่ะ
- ต้มน้ำร้อนให้เดือด
- ใส่ผงชาเขียวประมาณ 1 ช้อนชา ลงในที่กรองชา
- เอาน้ำร้อนเทผ่านชา (อย่านำชาไปต้มนะคะ เพราะน้ำชาที่ได้จะไม่มีกลิ่นหอมของชาเขียวค่ะ)
- ใส่น้ำผึ้ง น้ำเชื่อมหรือน้ำตาลลงไป คนให้เข้ากัน
- ใส่น้ำมะนาวแล้วคนให้เข้ากัน
- เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง พร้อมดื่มค่ะ^^

* ถ้าทำไว้เยอะ ๆ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ค่ะ จิ๊บผสมชาเขียวกับน้ำผึ้งน้ำเชื่อมแยกไว้ เวลาจะนำมาดื่มก็เติมมะนาวลงไปทีหลัง จะอร่อยเพิ่มคุณค่ามากขึ้นกว่าใส่น้ำมะนาวลงไปตอนชาเขียวร้อน ๆ ค่ะ

ขอบคุณค่ะ ,,Jib Sasi




16/6/57

เหมียวตัวเล็ก แต่ใจใหญ่มาก


เรื่องมีอยู่ว่า... วันที่ 31 พ.ค. 57 เราไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านใกล้ ๆ บ้าน พอกินเสร็จเรียบร้อยจ่ายตังค์ ก็ลุกออกจากร้าน แต่สะดุดตาขนปุยพุงป่องนอนอยู่ข้างลังกระดาษ พอเหลือบตาไปมอง อุ๊ย! นั่นแมวนี่นา พ่อเราก็อุ้มขึ้นมา เอ๊ะ น่าตาน่ารักดี แต่ถ้าได้ฟังประวัติแล้ว เราว่าแมวตัวนี้ไม่ธรรมดา...

(มาวันแรก 31พ.ค.57)

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเล่าว่า... แมวตัวนี้มาอยู่ได้หลายเดือนแล้ว มีคนเอามาปล่อยไว้ตั้งแต่เล็ก ๆ แบบว่าเล็กมากยังไม่หย่านมเลยก็ว่าได้ (คนหนอคน) มันก็อาศัยอยู่ที่นี่มาตลอด ไล่ก็ไม่ไป (แน่ะ มีไล่ด้วย ก็คนเขาไม่อยากได้อ่ะเนอะ) เขาเลยตัดสินใจเอาใส่ถุงกระสอบไปปล่อยที่ถนนใหญ่ ซึ่งห่างจากร้านประมาณ 6-7 กิโลได้ พอเขาปล่อยเสร็จก็รู้สึกโล่งอกโล่งใจ แต่ไม่คิดถึงแมวน้อยที่ถูกเอาไปปล่อยทิ้งไว้เลยเนอะ ชีวิตนี้เจ้าแมวน้อยถูกเขาทิ้งมา 2 ครั้งแล้ว เฮ้อ.. ผ่านไป 2 วัน เจ้าแมวน้อยก็เดินกลับมาถึงร้านจนได้ เจ้าของร้านก็ประหลาดใจที่เอาไปปล่อยแล้ว แต่ยังเดินกลับมาได้ เลยตัดสินใจเลี้ยงไว้ เอ๊ะจะเรียกว่าเลี้ยงดีมั๊ย ไม่น่าได้ เรียกว่าไม่เอาไปปล่อยดีกว่า เพราะว่าเขาไม่เคยให้ข้าว ให้น้ำ แต่ก็นับว่ายังมีจิตใจที่ดีอยู่ เวลาเก็บร้านเขาก็โยนกระดูกที่อยู่ในน้ำซุปให้มันกิน มันก็ได้แต่แทะ ๆ เศษเนื้อที่ติดอยู่กับกระดูกกิน ส่วนน้ำน่ะหรอ ได้จากน้ำที่ละลายจากถังน้ำแข็ง

อ่อลืมเล่าไปว่า ร้านนี้เขาขายก๋วยเตี๋ยว แต่ลูกเขยเขาทำฟาร์มสุนัข เพาะหมาขายนั่นแหล่ะค่ะ พอหมาเขาท้อง (แต่ต้องบอกก่อนว่าหมาพันธุ์ แท้งง่ายมาก แค่เป็นหวัดก็แท้งแล้ว) เจ้าแมวตัวนี้ก็ชอบไปเดินป้วนเปี้ยนหน้ากรงหมา หมาเขาก็เห่า ๆ จนเขารำคาญ ลูกเขยก็กลัวหมาเขาจะแท้ง เพราะถ้าแท้งรายได้จะสูญไปนับแสนบาท ลูกเขยคนที่ว่าจึงจับเจ้าแมวตัวนี้โยนไปให้หมาเขากัด TT^TT แต่ยังเป็นโชคของแมวและหมาอยู่ที่ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน แม่หมาพันธุ์ตัวนั้นปล่อยเจ้าแมวไป ทั้ง ๆ ที่ลูกเขยอยากให้กัดให้ตายใจจะขาด จะได้หมดเรื่องหมดราวกันไป ...คิดได้ไงอ่ะคะ หนูอยากรู้ โยนแมวให้หมากัด

แมวน้อยตัวนี้ผ่านอะไรมาไม่น้อยแบบตัวเลย ตัวเท่านี้ต้องเจออะไรที่เลวร้าย พ่อเราจึงตัดสินใจว่าเอามาเลี้ยงเถอะ เราก็เห็นด้วยกับพ่อ ครอบครัวเราตั้งใจว่า... ชีวิตหลังจากนี้ของเจ้าแมวน้อย เราจะชดเชยให้กับเขา ให้มากเท่าที่จะมากได้ จะไม่ทำให้เขารู้สึกขาด จะเลี้ยงดูเขาอย่างดี

แต่มีเรื่องน่าเซอร์ไพรส์กว่าคือ เจ้าแมวน้อยตัวนี้ตอนนี้มีชื่อแล้ว ชื่อว่า เลม่อน (Lemon) น่าจะกำลังตั้งท้องอยู่ เราดีใจมาก เพราะที่ได้ช่วยทั้งเลม่อนและลูก ๆ ที่กำลังจะเกิดมา เราจะไม่ทอดทิ้งให้เป็นภาระสังคมอย่างที่เลม่อนเจอเหตุการณ์ร้าย ๆ มา

ตอนนี้เลม่อนมีความสุขมาก มีบ้านมีครอบครัว มีพี่พิซซ่า (แมวเจ้าถิ่นประจำบ้าน ^^) ตอนนี้เขาเข้ากันได้กับพี่พิซซ่า เล่นกันสนุกสนาน นอนห้องแอร์ ที่สำคัญนอนกับเราด้วย แต่ว่ากลางคืนเราต้องแยกเจ้าสองตัวนี้ มิฉะนั้นห้องก็ห้องเถอะ พังได้ เล่นกันซนมาก โดยเฉพาะเจ้าเลม่อนไม่รู้คึกอะไรจัง เล่นไม่หยุดหย่อน

รักเลม่อนกะพี่พิซซ่ามากนะ ,, Jib Sasi


(พี่พิซซ่า กะ น้องเลม่อน)

(พี่พิซซ่า)

 
Update 30.09.2014
แม่เลม่อนคลอดลูกแล้ว (20.09.2014) 4ตัว ตาย1ตัว

(ตัวนี้ตายค่ะ)

ผ่านไป 9วันน้องลืมตาแล้วค่ะ


15/6/57

ฮอร์โมน เอฟพีเจ

สำหรับท่านที่ต้องการให้พืชแตกยอดอ่อนใหม่เร็ว ๆ แตกทีจำนวนมาก และก็ได้ยอดอ่อนใหม่ที่สมบูรณ์แข็งแรงดี ...วันนี้เรามีสูตรฮอร์โมนเพื่องานนี้โดยเฉพาะมาบอกจ้า... ฮอร์โมน เอฟพีเจ (FPJ.)

ส่วนผสมและวิธีทำ
- ให้เราเลือกตัดเฉพาะส่วนยอดของพืชหรือวัชพืชที่กินได้ประเภทเถานะคะ (ขึ้นเองตามธรรมชาติ) เลือกยอดที่อวบอ้วน โตเต็มที่ หรือกำลังพุ่ง เด็ดด้วยมือค่ะ ความยาวประมาณ 4-6 นิ้ว ตอนเช้าตรู่ เด็ดเบา ๆ นะคะ ระวังช้ำ
- ได้มาแล้ว ไม่ต้องล้างนะคะ ให้นำไปวางลงในภาชนะปากกว้าง วางยอดพืชเรียงกันเป็นชั้น ๆ โดยแต่ละชั้นให้โรยน้ำตาลทรายแดงบาง ๆ ให้ทั่ว ทำสลับเป็นชั้นไปเรื่อย ๆ จนวางหมด
- ใช้พลาสติกคลุมปิดทับยอดพืช จัดชายให้กระชับ ทับด้านบนด้วยของหนัก ๆ เพื่อให้ยอดพืชแนบสนิทกันทุกยอด
- หมักไว้ 24 ชั่วโมง นำของหนักที่ทับไว้และพลาสติกออก
- ปิดภาชนะที่หมักด้วยผ้า รัดชายให้มิดชิด หมักต่อไปอีก 7-10 วัน
- สังเกต จะมีน้ำใส ๆ ออกมา นำยอดพืชที่หมักออก จะเหลือแต่น้ำหัวเชื้อฮอร์โมน เอฟพีเจ. เข้มข้น พร้อมใช้งาน

วิธีและอัตราการใช้
- หัวเชื้อ เอฟพีเจ. เข้มข้น 100 ซีซี. ผสมกับน้ำ 100 ลิตร 
- ผสมธาตุอาหารรอง/เสริม 100 ซีซี. 
- ฉีดพ่นทางใบ ช่วงเช้าแดดจัด ทุก 5-7 วัน

การเก็บรักษา
- เก็บในที่ร่ม อย่าให้ถูกแสงแดด
- ไม่ควรเก็บไว้นาน ควรทำใช้ครั้งต่อครั้ง

ฮอร์โมน เออาร์ไอ

ฮอร์โมน เออาร์ไอ (ARI)
- บำรุงพืชให้สมบูรณ์ แข็งแรง เจริญเติบโตเร็ว มีภูมิต้านทานโรคสูง
- ช่วยปรับปรุงบำรุงดินและจุลินทรีย์ประจำท้องถิ่นให้สมบูรณ์แข็งแรง

ส่วนผสมและวิธีทำ
- มูลไก่ไข่ (ใหม่) + กากเมล็ดธัญพืชที่เหลือจากการอัดน้ำมัน + ปลาป่น 5 กิโลกรัม
- รำละเอียด (ใหม่) 3 กิโลกรัม
- หญ้าสดสับเป็นชิ้นเล็ก 40 กิโลกรัม
- คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดีลงในถัง 200 ลิตร
- เติมน้ำลงไปให้ท่วมส่วนผสมทั้งหมด
- ใส่น้ำมะพร้าวอ่อนลงไปมาก ๆ
- เติมนมสดเล็กน้อย
- คนเคล้าให้เข้ากันดีอีกครั้ง
- กดส่วนผสมทั้งหมดให้จมน้ำอยู่เสมอ หมักไว้ 7-10 วัน
- กรองเอากากออก ให้เหลือแต่น้ำฮอร์โมนที่ได้พร้อมใช้งาน

วิธีและอัตราการใช้
- หัวเชื้อ เออาร์ไอเข้มข้น 100 ซีซี. ผสมกับน้ำ 100 ลิตร
- ผสมธาตุอาหารรอง/เสริม 100 ซีซี. 
- ฉีดพ่นทางใบให้เปียกโชกทั้งใต้ใบและบนใบ ในช่วงเช้าแดดจัด ทุก 5-7 วัน

การเก็บรักษา
- เก็บในร่ม อุณหภูมิห้อง
- ถ้าหมักดีจะมีกลิ่นหอมเหมือนรำข้าว

ฮอร์โมนน้ำมะพร้าว

ฮอร์โมนมะพร้าว มีประโยชน์อย่างไร?
- บำรุงพืชผักสวนครัวให้เจริญเติบโตเร็ว สมบูรณ์และแข็งแรง
- ขับไล่แมลงไม่ให้มารบกวน
- สามารถใช้แช่หรือห่มเมล็ดพันธุ์ก่อนเพาะ หรือใช้จุ่มแช่กิ่งชำก่อนปักชำ
- ใช้ทาแผลรอยควั่นกิ่งตอน ก่อนจะหุ้มด้วยขุยมะพร้าว

ส่วนผสมและวิธีทำ
- เนื้อมะพร้าวขูดสดใหม่ 2 กิโลกรัม
- น้ำมะพร้าวอ่อน 3-4 ลิตร
- แป้งข้าวหมาก 1-2 ลูก
- กลูโคสผง (หาซื้อได้ตามร้านเภสัช) 5 ช้อนโต๊ะ
- นมผงเด็ก 5 ช้อนโต๊ะ
- กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
- ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดีในภาชนะพลาสติกหรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่โลหะนะคะ ติดปั๊มออกซิเจนเพื่อให้อากาศแก่จุลินทรีย์
- ปิดฝาพอหลวม ตั้งไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง
- คนบ่อย ๆ ป้องกันการนอนก้น การจับกันเป็นก้อน
- หมักไว้ 7-10 วัน

วิธีและอัตราการใช้
- หัวเชื้อน้ำมะพร้าวเข้มข้น 100 ซีซี. ผสมกับน้ำ 100 ลิตร
- ผสมธาตุอาหารรอง/เสริม 100 ซีซี. 
- ฉีดพ่นทางใบให้เปียกโชกทั้งใต้ใบและบนใบ ช่วงเช้าแดดจัด ทุก 5-7 วัน

การเก็บรักษา
- เก็บในที่ร่ม
- อย่าให้ถูกแสงแดด

ฮอร์โมนพุงปลา

ฮอร์โมนพุงปลา มีประโยชน์อย่างไร?
- บำรุงไม้ผลยืนต้นช่วงสะสมอาหาร เพื่อการออกดอกช่วยให้อั้นดอกดีขึ้น
- บำรุงไม้ผลยืนต้นประเภทออกดอกติดผลตลอดปี จะช่วยให้ออกดอกติดผลดกและเพิ่มปริมาณมากขึ้น
- บำรุงผักสวนครัวกินผล ให้ออกดอกติดผลดกและเพิ่มปริมาณมากขึ้น
--> โดยรวมแล้วฮอร์โมนพุงปลาจะช่วยให้พืชสะสมอาหารและออกดอกติดผลเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

ส่วนผสมและวิธีทำ
- ใช้พุงปลาทะเลสดใหม่ (ถ้าไม่มีพุงปลาน้ำจืดแทนก็ได้ค่ะ) ไม่ต้องล้างนะคะ
- นำมาบดให้ละเอียด ผสมกับกากน้ำตาล ในอัตราส่วน 1:1 ใส่จุลินทรีย์เล็กน้อย
- ใส่ส่วนผสมลงในภาชนะ (ถังพลาสติกก็ได้ที่ไม่ใช่“โลหะ”นะคะ) ใส่น้ำมะพร้าวอ่อนลงไปให้ท่วม
# ติดปั๊มออกซิเจนเพื่อให้อากาศแก่จุลินทรีย์
ระวัง! อย่าให้แมลงตอมเพราะจะทำให้เกิดหนอน
- ปิดฝาพอหลวม ตั้งไว้ในที่ร่ม อุณหภูมิห้อง ระหว่างการหมักควรรักษาให้ส่วนผสมจมน้ำอยู่เสมอ คนบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการนอนก้นและจับตัวเป็นก้อน หมักนานข้ามปีได้ยิ่งดีค่ะ
- เมื่อหมักนานได้ที่แล้ว เราจะได้หัวเชื้อฮอร์โมนพุงปลาสูตรเข้มข้นพร้อมใช้งานค่ะ

วิธีและอัตราส่วนการใช้
- หัวเชื้อพุงปลาเข้มข้น 100 ซีซี. ผสมน้ำ 100 ลิตร
- ผสมกับธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.
- ฉีดพ่นทางใบให้เปียกโชกทั้งใต้ใบและบนใบ ในช่วงเช้าแดดจัด ทุก 5-7 วัน

การเก็บรักษา
- เก็บในที่ร่ม
- อุณหภูมิห้อง

...อย่าลืมเอาไปลองทำกันนะคะ ,,Jib Sasi

18/1/57

หมดกังวลกับปัญหาปากแห้งแตกด้วยสครับสูตรมะนาว

ริมฝีปากแห้ง แตก ลอกเป็นขุยทำไงดีนะ..? เรามีคำตอบ


          สำหรับสาว ๆ ที่กำลังประสบปัญหาปากแห้ง แตก หรือลอกเป็นขุยนั้นเกิดขึ้นง่ายกว่าบริเวณอื่นก็เนื่องมาจากบริเวณริมฝีปากของเราไม่มีต่อมไขมันที่ใช้ป้องกันการระเหยของน้ำออกไปเหมือนผิวหนังส่วนอื่น ๆ และยังเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ เช่น เครื่องดื่ม อาหาร รวมทั้งสารเคมีต่าง ๆ อีกด้วย

          สาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากแห้ง แตกก็มีอยู่หลายอย่าง เช่น
ดื่มน้ำน้อยเกินไป (ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว)
เลียริมฝีปากบ่อย ๆ (ไม่ควรเลียบริเวณริมฝีปาก)
แสงแดด&รังสี (หลีกเลี่ยงช่วงที่มีแสงแดดจัด)
สภาพอากาศ (ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพิ่มความชื้นรอบ ๆ ตัว โดยการตั้งแก้วน้ำทิ้งไว้ขณะเปิดแอร์)
แพ้สารบางอย่าง (พยายามหาสาเหตุให้พบว่าเราแพ้อะไร แล้วหลีกเลี่ยงการใช้)
การขาดวิตามินบี (เน้นทานข้าวกล้อง ตับ ผักใบเขียว ถั่วลิง อัลมอนด์ เป็นต้น)
อาการร้อนใน (หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด กรด เปรี้ยว และงดดื่มแอลกอฮอล์)

          เมื่อพอจะทราบสาเหตุแล้ว ก็อย่าได้กังวลกับปัญหาเหล่านั้น เพียงทำตามคำแนะนำข้างต้น แต่ในเมื่อปากมันแตกแล้ว แห้งแล้ว ลอกเป็นขุย ๆ อีกต่างหาก เรามีทางลัดมาช่วยคุณสาว ๆ ค่ะ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับส่วนผสมในการทำสครับสูตรมะนาวกันค่ะ

- โจโจบาออยล์ 


ซึ่งจริง ๆ แล้วอ่านว่า (โฮ-โฮ่-บา) ค่ะ โจโจบาออยล์ก็คือสารสกัดที่ได้จากเมล็ดของต้นJojoba ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นcollagenชนิดเดียวกับผิว มีลักษณะคล้ายน้ำมันจึงช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่น

- น้ำผึ้ง


เป็นของเหลวที่มีความหวานซึ่งได้จากเกสรดอกไม้ ในบรรดาน้ำหวานจากธรรมชาติ น้ำผึ้งจะมีความหวานมากที่สุด และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถนำมาประกอบอาหาร แถมยังมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย

- น้ำตาลทรายแดง 


ซึ่งจัดเป็นน้ำตาลเพื่อสุขภาพชนิดหนึ่ง เพราะว่ายังมีสารอาหารจากอ้อยอยู่เกือบครบถ้วน ไม่มีสารเคมีเจือปนหรือที่ตามห้างอาจมีแบบLow Chemical จึงเหมาะที่จะเป็นส่วนผสมในสครับสูตรมะนาวอย่างยิ่งค่ะ

# วิธีทำ “สครับสูตรมะนาว”


- ผสมโจโจบาออยล์ 3-4 หยด
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทรายแดง 1/2 ช้อนโต๊ะ
- คนให้เข้ากันในภาชนะ
- จากนั้นบีบน้ำมะนาวลงไป 1/4 ผล

- คนให้เข้ากันอีกรอบ


# วิธีใช้ “สครับสูตรมะนาว”
- ทาส่วนผสมที่ได้ลงบนริมฝีปากให้ทั่ว
- ใช้นิ้วมือนวด วนเบา ๆ ประมาณ 10-20 วินาที
- ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดออก

* หลังจากนั้นจะทาลิปกลอสหรือขี้ผึ้ง เพื่อบำรุงเพิ่มด้วยก็ได้นะคะ ถ้าสาเหตุที่ปากแห้งแตกไม่ใช่เพราะแพ้สารเคมีในลิปประเภทต่าง ๆ

ง่าย ๆ นิดเดียว กับการทำสครับสูตรมะนาว ที่จะเปลี่ยนริมฝีปากของคุณที่เคยแห้ง แตก เป็นนุ่มแลดูสุขภาพดี --> ความงามของริมฝีปากที่ไม่ควรละเลย 

          ฝากอีกนิดนะคะ ถึงคุณจะยุ่งแค่ไหน ก็ควรแบ่งเวลามาดูแลใส่ใจสุขภาพ&ความงามกันบ้าง เพราะถ้าปล่อยให้ล่วงเลยไป บางสิ่งบางอย่างก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้นะคะ,, Jib Sasi